เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อสวัสดิภาพสัตว์เรียกร้องให้แมริออทมอบมาตรฐานเดียวกันกับในเอเชียเฉกเช่นเดียวกับสาขาอื่นๆ ทั่วโลก ขณะที่เส้นตายนโยบายไข่ไก่ปลอดกรงที่ใกล้เข้ามาในปลายปี 2025

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — [3 ธันวาคม, 2568]
แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เครือโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกเคยประกาศเจตนารมณ์เพื่อเปลี่ยนมาใช้ไข่ไก่จากแหล่งปลอดกรง 100% ภายในปี 2025 พร้อมกับบริษัทอาหารและธุรกิจบริการอีกหลายพันบริษัททั่วโลกเพื่อยุติการใช้ไข่ไก่ที่มาจากฟาร์มที่แม่ไก่ต้องถูกกังขังอย่างทรมานและแออัด อย่างไรก็ตามในรายงานฉบับล่าสุดของแมริออทเปิดเผยว่าโรงแรมภายใต้แมริออทในเอเชียยังมีความคืบหน้าที่ช้ากว่าทวีปอื่นอย่างมากโดยในปี 2024 มีสัดส่วนการใช้ไข่ไก่ที่มาจากแหล่งปลอดกรงเพียง 42.65% เท่านั้นสำหรับโรงแรมที่บริษัทบริหารเองและยังไม่มีแผนที่ชัดเจนว่าจะบรรลุเป้าหมายในภูมิภาคนี้ได้อย่างไร
แขกผู้เข้าพักที่โรงแรมแมริออทในประเทศไทยอาจคาดหวังมาตรฐานระดับโลก แม้แมริออทประกาศเจตนารมณ์ว่าจะใช้ไข่ไก่ 100% ภายใต้บริษัทที่ดำเนินการทั่วโลก แต่ทว่ายังไม่มีข้อมูลสาธารณะเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยและมีความเป็นไปได้สูงว่าอาจยังมีการใช้ไข่ที่มาจากกรงตับสำหรับเครือโรงแรมในประเทศไทย แม่ไก่ที่ถูกเลี้ยงในกรงตับมีพื้นที่ตลอดชีวิตขนาดเท่ากับกระดาษ A4 หนึ่งแผ่นเท่านั้น แม่ไก่ในกรงตับไม่สามารถกางปีกได้จนสุดและต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพหรือบาดเจ็บโดยไม่ได้รับการดูแลทางสัตวบาล
เพื่อเรียกร้องต่อความล่าช้าของบริษัท นักเคลื่อนไหวด้านสวัสดิภาพสัตว์จึงเรียกร้องให้แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนลให้รับผิดชอบต่อแขกผู้เข้าพักในเอเชียที่ได้รับการเสริ์ฟด้วยไข่ที่มีมาตรฐานที่ต่ำกว่าไข่ที่เสิร์ฟให้แขกในยุโรปและสหรัฐอเมริกา
แคมเปญย่านโรงแรมหรูในกรุงเทพฯ
เพื่อเรียกร้องช่องว่างความไม่เท่าเทียมนี้ นักเคลื่อนไหวด้านสวัสดิภาพสัตว์จึงเปิดตัวรถบิลบอร์ดเคลื่อนที่วิ่งทั่วกรุงเทพฯ โดยมีภาพหญิงสาวชี้ไปที่แผนที่พร้อมข้อความ #HelpMarriottFindAsia (ช่วยแมริออทหาเอเชีย) เพื่อสื่อถึงการมองข้ามการรับผิดชอบของบริษัทต่อทวีปเอเชีย
รถบิลบอร์ดขับผ่านพื้นที่คับคั่งหลายแห่งในกรุงเทพฯ – รวมไปถึงเขตบางรัก ศูนย์กลางย่านโรงแรมหรู ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยา – เพื่อส่งข้อความแคมเปญไปถึงหน้าประตูโรงแรมแมริออท
สุภาภรณ์ คิดกล้า ผู้อำนวยการโครงการ Farmed Animal Compliance Thailand (FACT) โครงการที่ทำงานเพื่อผลักดันให้บริษัทต่างๆ รับผิดชอบในการใช้นโยบายใช้ไข่ไก่จากแหล่งปลอดกรงกล่าวว่า “ความหรูหราที่ขาดความเท่าเทียมไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นความหรูหรา” โดย FACT ร่วมกับองค์กรอื่นๆ ในทวีปเอเชียเพื่อเรียกร้องความสนใจจากสาธารณชนต่อความโปร่งใสและความล่าช้าของแมริออท สุภาภรณ์เสริมต่อว่า “กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลก แล้วทำไมแขกผู้เข้าพักในทวีปเอเชียและทวีปอื่นๆ ถึงได้รับมาตรฐานที่ต่ำกว่า”
นอกจากการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ต่อสาธารณชนค์ผ่านรถบิลบอร์ดแล้ว แคมเปญนี้ยังมีการส่งโปสการ์ดและจดหมายไปยังโรงแรมแมริออททุกสาขาในประเทศไทยเพื่อเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนให้บริษัทบรรลุเป้าหมายตามที่ประกาศเจตนารมณ์ไว้
การเคลื่อนไหวในระดับภูมิภาคและระดับโลก
แคมเปญ Help Marriott Find Asia ที่เปิดตัวในเดือนสิงหาคมแสดงให้เห็นถึงแรงกดดันที่มีมากขึ้นในระดับนานาชาติต่อเครือโรงแรมยักษ์ใหญ่ให้ดำเนินการตามคำมั่นสัญญาอย่างเท่าเทียม แคมเปญนี้ยังเน้นย้ำถึงความเท่าเทียมที่แท้จริงที่ว่าแมริออทไม่สามารถรักษามาตรฐานระดับเฟิร์สคลาสในบางทวีปและเลือกเสริ์ฟไข่ไก่มาตรฐานที่เป็นรองให้กับแขกผู้เข้าพักในเอเชีย
นักเคลื่อนไหวเรียกร้องให้แมริออทเปิดเผยความคืบหน้าที่ชัดเจนและแผนการที่จะบรรลุเป้าหมายเจตนารมณ์ไข่ไก่ปลอดกรงตามที่เคยประกาศไว้ในประเทศไทยและทวีปเอเชียครอบคลุมโรงแรมทุกแห่งในเครือ รวมถึงสาขาแฟรนไชส์

เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้นก่อนจะครบกำหนดเส้นตายเจตนารมณ์นโยบายไข่ไก่ปลอดกรงที่หลายบริษัทประกาศไว้สำหรับสิ้นปี 2025 จุดสนใจมิได้อยู่ที่เพียงบริษัทเดียวอีกต่อไป แต่เพ่งเล็งไปที่บริษัทเหลายแห่งที่เคยให้คำมั่นสัญญาไว้ คำประกาศเจตนารมณ์เปลี่ยนไปใช้ไข่ไก่ปลอดกรงมีการประกาศใช้ในหลายบริษัทในอุตสาหกรรมการบริการและอาหารซึ่งแต่ละบริษัทมีความคืบหน้าในการดำเนินการแตกต่างกัน เมื่อเวลาในขณะนี้ใกล้จะหมดลง ทุกสายตาต่างจ้องไปที่บริษัทเหล่านี้เพื่อมองหาความโปร่งใส การรักษาสัญญาและการพิสูจน์ให้เห็นว่าการจัดหาที่มีจริยธรรมว่ามิใช่เป็นเพียงการตลาดเท่าน้ันแต่คือมาตรฐานที่บริษัทจะต้องทำให้สำเร็จลุล่วงอย่างแท้จริง
คุณสามารถมีส่วนร่วมผลักดันการสร้างการเปลี่ยนแปลงโดยตรงได้โดยการร่วมส่งเสียงของคุณที่เว็บไซต์ www.helpmarriottfindasia.com บอกแมริออทอย่างชัดเจนว่า แขกผู้เข้าพักในเอเชียควรได้รับมาตรฐานเดียวกันกับแขกทั่วโลก และแม่ไก่ในเอเชียก็ควรได้รับมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์เดียวกันกับแม่ไก่ตัวอื่นๆ ทั่วโลก